หน้าแรก / อันดับวิตามินรวม
Dr.PONG

Dr.PONG RDI100 Daily Multivitamin

คะแนนวิตามินรวม · ครบ 13/22 สารวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหารเลข อย. 13-1-00449-5-0170 · แล็บภายนอก ไม่มีข้อมูล
อ่านประโยชน์ของสารและปริมาณต่อวัน ↓

คะแนนในหมวดเป้าหมายอื่น

Longevity
31
ภูมิคุ้มกัน
24
ผมดกดำ
21
สีผิว/จุดด่างดำ
9

สารอาหารต่อวันเทียบ Thai RDI

สารต่อวันThai RDI%RDI
วิตามินเอ800 มคก.800 มคก. 100%
วิตามินดี200 IU200 IU 100%
วิตามินอี10 มก.10 มก. 101%
วิตามินเค80 มคก.80 มคก. 100%
วิตามินซี60 มก.60 มก. 100%
วิตามินบี 11.5 มก.1.5 มก. 100%
วิตามินบี 21.7 มก.1.7 มก. 100%
ไนอะซิน (บี 3)20 มก.20 มก. 100%
กรดแพนโทธีนิก (บี 5)6 มก.6 มก. 100%
วิตามินบี 62 มก.2 มก. 100%
โฟเลต (บี 9)200 มคก.200 มคก. 100%
วิตามินบี 122 มคก.2 มคก. 100%
ไบโอติน150 มคก.150 มคก. 100%
แคลเซียม—800 มก. ไม่มี
แมกนีเซียม—350 มก. ไม่มี
เหล็ก—15 มก. ไม่มี
ซิงค์—15 มก. ไม่มี
ซีลีเนียม—70 มคก. ไม่มี
ไอโอดีน—150 มคก. ไม่มี
ทองแดง—2 มก. ไม่มี
แมงกานีส—3.5 มก. ไม่มี
โครเมียม—130 มคก. ไม่มี

งานวิจัยและประโยชน์ของแต่ละสาร

ปริมาณอ้างอิง Thai DRI พ.ศ. 2563 ด้านล่างใช้สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี เป็นยอดรวมจากอาหารและอาหารเสริมต่อวัน ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรอาจต้องการต่างกัน

วิตามินเอ 800 มคก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินเอมีทั้งรูปสำเร็จจากอาหารสัตว์และสารตั้งต้นจากพืช เช่น เบตาแคโรทีน รูปแบบต่างกันมีข้อควรระวังต่างกัน จึงต้องดูรายละเอียดฉลากด้วย

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • จำเป็นต่อการมองเห็นตามปกติ โดยเฉพาะการปรับสายตาในที่แสงน้อย และการดูแลเนื้อเยื่อของดวงตา
  • ช่วยการทำงานของภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต การพัฒนาเซลล์ และระบบสืบพันธุ์

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 700 / หญิง 600 มคก. RAE ต่อวัน

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม หน่วย RAE คำนึงถึงฤทธิ์ของรูปแบบวิตามินเอ จึงไม่ควรเทียบกับน้ำหนักแคโรทีนอยด์โดยตรง

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การได้รับพอป้องกันผลจากการขาด เช่น ตาบอดกลางคืน แต่ในคนที่มีเพียงพอ อาหารเสริมยังไม่พิสูจน์ว่าป้องกันมะเร็งหรือทำให้อายุยืน ผลจากอาหารจึงใช้รับรองอาหารเสริมขนาดสูงไม่ได้

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

วิตามินเอสำเร็จรูปมากเกินไปเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ส่วนเบตาแคโรทีนเสริมขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดในผู้สูบหรือเคยสูบบุหรี่

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินดี 200 IU ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีทั้งดี 2 และดี 3 ร่างกายได้รับจากอาหาร อาหารเสริม และการสร้างที่ผิวหนัง ระดับในเลือดไม่ได้ขึ้นกับปริมาณที่กินอย่างเดียว

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมและสนับสนุนการสร้างกระดูก การขาดอย่างมากทำให้เกิดกระดูกอ่อนในเด็กหรือกระดูกนิ่มในผู้ใหญ่ได้
  • มีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การส่งสัญญาณประสาท และการทำงานตามปกติของภูมิคุ้มกัน

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

600 IU (15 มคก.) ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม อ้างอิงวิตามินดีโดยรวม ไม่ใช่ขนาดรักษาภาวะขาด; 1 มคก. เท่ากับ 40 IU

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การเสริมมีประโยชน์เมื่อช่วยแก้ภาวะขาด แต่คนที่มีระดับเพียงพอไม่ได้มีผลป้องกันโรคเพิ่มทุกด้าน ดี 3 อาจเพิ่มระดับในเลือดได้มากกว่าดี 2 โดยไม่ได้รับรองผลทางคลินิกที่ดีกว่าเสมอ

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

การได้รับจากอาหารเสริมมากเกินอาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูง เกิดนิ่วหรืออันตรายต่อไต โดยเฉพาะเมื่อใช้หลายสูตรซ้อนกัน

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินอี 10 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินอีละลายในไขมัน โดยแอลฟาโทโคฟีรอลเป็นรูปแบบที่ใช้ประเมินความต้องการ พบในน้ำมันพืช ถั่ว และเมล็ดพืช ฤทธิ์ต้านออกซิเดชันไม่ได้รับรองผลชะลอวัย

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยปกป้องส่วนประกอบของเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน
  • สนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกันและการสื่อสารระหว่างเซลล์ โดยภาวะขาดอาจกระทบเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 13 / หญิง 11 มก. α-TE ต่อวัน

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม α-TE คือหน่วยแอลฟาโทโคฟีรอลเทียบเท่า ไม่ใช่น้ำหนักรวมวิตามินอีทุกชนิด

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

ภาวะขาดพบไม่บ่อยในคนสุขภาพดี แต่อาจเกิดเมื่อดูดซึมไขมันผิดปกติ การเสริมในคนทั่วไปยังไม่ให้ผลชัดต่อการป้องกันโรคหัวใจหรือดูแลความจำ และขนาดสูงอาจมีผลเสีย

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

วิตามินอีเสริมขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินเค 80 มคก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินเคครอบคลุมเค 1 และเค 2 หลายชนิด คำว่าวิตามินเคบนฉลากจึงไม่ได้แปลว่าเป็นเค 2 หรือ MK-7 ต้องตรวจชื่อรูปแบบประกอบ

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้ร่างกายหยุดเลือดได้ตามกระบวนการปกติ
  • เกี่ยวข้องกับโปรตีนที่ใช้ดูแลกระดูกและการทำงานของเนื้อเยื่อ โดยเป็นหนึ่งในสารอาหารหลายชนิดที่จำเป็นต่อสุขภาพกระดูก

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 120 / หญิง 90 มคก. ต่อวัน

AI (ปริมาณที่พอเพียง เมื่อข้อมูลยังไม่พอตั้ง RDA) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม เป็นค่าวิตามินเครวม ไม่ใช่ปริมาณที่กำหนดแยกสำหรับ K2 หรือ MK-7

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 บทวิตามินเค หน้า 168 (PDF หน้า 169) ยืนยันหน่วยไมโครกรัม ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

ภาวะขาดรุนแรงทำให้เลือดออกง่าย แต่พบไม่บ่อยในผู้ใหญ่ทั่วไป การเสริมเพื่อกระดูกหรือป้องกันโรคหัวใจยังมีผลไม่สม่ำเสมอ จึงไม่ใช่เหตุผลว่าทุกคนต้องเสริมเค 2

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

ผู้ใช้วาร์ฟารินต้องรักษาปริมาณวิตามินเคให้สม่ำเสมอ การเปลี่ยนอาหารหรืออาหารเสริมอย่างรวดเร็วอาจเปลี่ยนฤทธิ์ยา

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินซี 60 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินซีละลายในน้ำและต้องได้รับจากอาหาร ผักผลไม้เป็นแหล่งสำคัญ การได้รับเกินความต้องการไม่ได้เพิ่มประโยชน์ตามตัวเลขบนฉลากเสมอไป

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยปกป้องเซลล์จากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และสนับสนุนการทำงานตามปกติของภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมเหล็กชนิดที่พบในอาหารจากพืชได้ดีขึ้น

ประโยชน์ต่อผิวพรรณ

  • จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนและการสมานแผลของผิว แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าการกินเพิ่มทำให้ผิวขาวหรืออ่อนวัยในคนที่ได้รับเพียงพอ

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 100 / หญิง 85 มก. ต่อวัน

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การได้รับพอป้องกันโรคลักปิดลักเปิดจากการขาดได้ แต่คนทั่วไปที่กินเสริมประจำไม่ได้เป็นหวัดน้อยลงชัดเจน แม้อาจป่วยสั้นลงเล็กน้อย หลักฐานนี้ไม่รับรองผลป้องกันโรคทั้งหมดหรือทำให้ผิวขาว

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

ปริมาณสูงอาจทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ หรือปวดท้อง และอาจทำให้ภาวะเหล็กสะสมเกินจากพันธุกรรมรุนแรงขึ้น

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินบี 1 1.5 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินบี 1 หรือไทอามินช่วยนำอาหารมาใช้เป็นพลังงาน พบในธัญพืช ถั่ว และเนื้อสัตว์บางชนิด หน้าที่นี้ไม่ได้แปลว่าเป็นสารเร่งลดน้ำหนัก

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยเอนไซม์เปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานที่เซลล์นำไปใช้ได้
  • สนับสนุนการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ โดยระบบประสาทและหัวใจได้รับผลกระทบได้เมื่อขาดอย่างรุนแรง

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 1.2 / หญิง 1.1 มก. ต่อวัน

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การแก้ภาวะขาดช่วยจัดการโรคเหน็บชา ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังหรือดูดซึมผิดปกติอาจเสี่ยงมากขึ้น ส่วนการใช้เพื่อโรคหัวใจ เบาหวาน หรือสมองในคนที่ไม่ขาดยังต้องมีงานวิจัยเพิ่ม

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

ยาขับปัสสาวะฟูโรซีไมด์และยาเคมีบำบัดบางชนิดอาจลดระดับบี 1 การประเมินภาวะขาดควรคำนึงถึงยาที่ใช้อยู่ด้วย

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินบี 2 1.7 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวินเป็นส่วนของโคเอนไซม์ FMN และ FAD พบในนม ไข่ เนื้อสัตว์ และอาหารเติมวิตามิน ร่างกายสะสมได้จำกัด

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยกระบวนการผลิตพลังงาน การใช้ไขมัน และการเจริญเติบโตกับการทำงานของเซลล์
  • ช่วยเปลี่ยนวิตามินบี 6 ให้อยู่ในรูปที่ใช้ได้ และเกี่ยวข้องกับการสร้างไนอะซินจากกรดอะมิโนทริปโตเฟน

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 1.3 / หญิง 1.1 มก. ต่อวัน

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การขาดอาจทำให้มุมปากแตกหรือเยื่อบุผิดปกติ และมักขาดสารอื่นร่วมด้วย การเติมส่วนที่ขาดต่างจากการกินเพิ่มในคนที่มีเพียงพอ อีกทั้งยังไม่สรุปว่าบี 2 เสริมป้องกันมะเร็งได้

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

ยังไม่มีการกำหนดขีดจำกัดสูงสุดจากข้อมูลที่มี แต่ไม่ได้แปลว่าขนาดสูงไม่จำกัดปลอดภัย เพราะข้อมูลผลเสียระยะยาวยังมีจำกัด

อ่านแหล่งอ้างอิง

ไนอะซิน (บี 3) 20 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก ไนอะซินหรือวิตามินบี 3 ช่วยการใช้พลังงานของเซลล์ รูปแบบกรดนิโคตินิกและนิโคตินาไมด์มีการใช้และผลข้างเคียงต่างกัน จึงไม่ควรเหมารวมทุกผลิตภัณฑ์

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยให้เอนไซม์นำคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนมาใช้ในกระบวนการสร้างพลังงาน
  • สนับสนุนการพัฒนาและการทำงานของเซลล์ การได้รับเพียงพอช่วยป้องกันโรคเพลลากราที่เกิดจากการขาดรุนแรง

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

ชาย 16 / หญิง 14 มก. NE ต่อวัน

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม NE คือไนอะซินเทียบเท่า ซึ่งรวมส่วนที่ร่างกายสร้างได้จากทริปโตเฟน

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การแก้ภาวะขาดต่างจากการใช้กรดนิโคตินิกขนาดยา แม้เปลี่ยนค่าไขมันได้ แต่ไม่ได้ลดเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดเสมอไป และไม่ใช่หลักฐานให้ใช้วิตามินรวมแทนการรักษา

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

กรดนิโคตินิกอาจทำให้หน้าแดงและคัน ขนาดสูงอาจกระทบตับและน้ำตาลในเลือด จึงไม่ควรเพิ่มขนาดเองเพื่อรักษาไขมัน

อ่านแหล่งอ้างอิง

กรดแพนโทธีนิก (บี 5) 6 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก กรดแพนโทธีนิกหรือวิตามินบี 5 เกี่ยวข้องกับพลังงานและไขมัน พบในอาหารหลายกลุ่ม ภาวะขาดจึงพบได้น้อยเมื่อได้รับอาหารเพียงพอและหลากหลาย

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ในการทำงานประจำวัน
  • เกี่ยวข้องกับการสร้างและสลายไขมัน รวมถึงกระบวนการทางชีวเคมีอื่นที่ใช้สารประกอบซึ่งมีบี 5 เป็นส่วนหนึ่ง

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

5 มก. ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

AI (ปริมาณที่พอเพียง เมื่อข้อมูลยังไม่พอตั้ง RDA) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

ประโยชน์จากการแก้ภาวะขาดไม่ใช่หลักฐานเพิ่มพลังในคนที่มีพอ งานเรื่องไขมันในเลือดมักใช้แพนทีทีนรูปแบบเฉพาะและยังต้องศึกษาเพิ่ม จึงใช้รับรองบี 5 ทุกสูตรไม่ได้

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

การได้รับอาหารเสริมปริมาณสูงมากอาจทำให้ปวดท้องหรือท้องเสีย แม้ว่าบี 5 จะยังไม่มีขีดจำกัดสูงสุดที่กำหนดไว้

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินบี 6 2 มก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินบี 6 ช่วยเอนไซม์จำนวนมาก โดยเกี่ยวกับการใช้โปรตีนและระบบประสาท หน้าที่ต่อสมองไม่ได้แปลว่าการกินเพิ่มจะทำให้ความจำดีขึ้น

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยปฏิกิริยาการเผาผลาญสารอาหาร โดยเฉพาะการใช้กรดอะมิโนจากโปรตีน
  • สนับสนุนการพัฒนาสมองและการทำงานของภูมิคุ้มกัน การขาดอาจทำให้โลหิตจางหรือเกิดความผิดปกติของผิวและระบบประสาท

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

1.3 มก. ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การแก้ภาวะขาดมีประโยชน์ แต่ในคนที่มีเพียงพอ งานวิจัยไม่พบผลต่อความจำหรืออารมณ์ชัดเจน การลดโฮโมซิสเทอีนในเลือดก็ไม่ได้ยืนยันผลป้องกันโรคหัวใจ

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

บี 6 เสริมขนาดสูงต่อเนื่องทำให้เส้นประสาทเสียหายและมีอาการชาหรือเสียการทรงตัวได้ ควรตรวจปริมาณรวมจากหลายผลิตภัณฑ์

อ่านแหล่งอ้างอิง

โฟเลต (บี 9) 200 มคก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก โฟเลตหรือวิตามินบี 9 จำเป็นต่อการสร้างเซลล์ใหม่ โฟเลตในอาหาร กรดโฟลิก และ 5-MTHF มีความต่างกัน หน่วย DFE จึงไม่เท่ากับน้ำหนักกรดโฟลิกโดยตรง

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยสร้างดีเอ็นเอและสนับสนุนการแบ่งเซลล์ โดยการขาดอาจทำให้โลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงใหญ่
  • การได้รับกรดโฟลิกที่เหมาะสมก่อนตั้งครรภ์และช่วงต้นของการตั้งครรภ์ช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติของท่อประสาททารก

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

300 มคก. DFE ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม DFE คือโฟเลตเทียบเท่าจากอาหาร ไม่เท่ากับน้ำหนักกรดโฟลิกในอาหารเสริมโดยตรง

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 บทโฟเลต หน้า 216 (PDF หน้า 217) ยืนยัน 300 มคก. DFE ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

หลักฐานลดความผิดปกติของท่อประสาทเกี่ยวข้องกับกรดโฟลิกและช่วงชีวิตเฉพาะ ไม่ใช่ผลที่ใช้รับรองทุกคน การเสริมในคนทั่วไปยังไม่แสดงผลชัดต่อความจำหรือการป้องกันสมองเสื่อม

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

โฟเลตเสริมมากอาจบดบังโลหิตจางจากการขาดบี 12 ขณะที่ความเสียหายต่อประสาทยังดำเนินต่อ และมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด

อ่านแหล่งอ้างอิง

วิตามินบี 12 2 มคก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก วิตามินบี 12 ช่วยดูแลเลือดและเส้นประสาท พบตามธรรมชาติหลัก ๆ ในอาหารสัตว์ ผู้กินวีแกนหรือดูดซึมผิดปกติจึงควรคำนึงถึงความเพียงพอเป็นพิเศษ

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงที่ปกติและสร้างดีเอ็นเอในเซลล์ทั่วร่างกาย
  • จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ประสาท การขาดอาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทได้แม้ยังไม่พบโลหิตจาง

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

2.4 มคก. ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

RDA (ปริมาณที่ควรได้รับ) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

การแก้ภาวะขาดสำคัญ แต่บี 12 ไม่ได้เพิ่มพลังหรือสมรรถนะกีฬาในคนที่ได้รับพออยู่แล้ว และยังไม่มีหลักฐานว่ารูปแบบเมทิลโคบาลามินดีกว่ารูปแบบอื่นสำหรับทุกคน

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

เมตฟอร์มินและยาลดกรดบางชนิดอาจทำให้ระดับบี 12 ต่ำลง การประเมินควรพิจารณาประวัติยาและการดูดซึมร่วมด้วย

อ่านแหล่งอ้างอิง

ไบโอติน 150 มคก. ต่อวันตามข้อมูลฉลาก ไบโอตินเป็นวิตามินบีที่ช่วยใช้สารอาหาร พบในไข่ ปลา เนื้อสัตว์ ถั่ว และเมล็ดพืช ภาวะขาดจริงพบไม่บ่อยในคนที่กินอาหารหลากหลาย

ประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

  • ช่วยให้ร่างกายใช้คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนในกระบวนการสร้างพลังงาน
  • ช่วยคงการทำงานปกติที่อาศัยไบโอติน การขาดอาจทำให้เกิดผื่น ผมบาง เล็บเปราะ และอาการทางระบบประสาท

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน · Thai DRI

30 มคก. ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

AI (ปริมาณที่พอเพียง เมื่อข้อมูลยังไม่พอตั้ง RDA) สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 19–50 ปี ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นม เป็นสารอาหารรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องเสริมเพิ่ม

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: Thai DRI 2563 ตารางที่ 2 หน้า 440 (PDF หน้า 441) ↗

หลักฐานจากการกินเสริม

อาการผมหรือเล็บผิดปกติในคนที่ขาดไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องเสริม งานวิจัยยังไม่พอยืนยันผลต่อผม ผิว หรือเล็บในผู้ที่มีไบโอตินพอ ตัวเลขสูงจึงไม่รับประกันผมดก

ข้อควรรู้ก่อนเลือก

ไบโอตินอาจทำให้ผลตรวจเลือดบางรายการสูงหรือต่ำผิดจริง โดยเฉพาะการตรวจฮอร์โมนบางวิธี ควรแจ้งรายการอาหารเสริมก่อนตรวจ

อ่านแหล่งอ้างอิง