รู้จักสารอาหาร

วิตามินบี 1: พลังงานจากอาหารและความเสี่ยงขาดไทอามีน

วิตามินบี 1 หรือไทอามีนเป็นสารอาหารจำเป็นที่ละลายน้ำและมีแหล่งสะสมในร่างกายค่อนข้างน้อย จึงต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอจากอาหาร ชื่อบี 1 ในตารางสารอาหารควรแยกจากน้ำหนักเกลือไทอามีนที่ใช้ผลิต

ประเด็นที่ควรรู้

  • พลังงานจากอาหารและความเสี่ยงขาดไทอามีน
  • การแก้ภาวะขาดบี 1 สำคัญต่อระบบประสาทและหัวใจ แต่ไม่รับรองเพิ่มพลังในผู้ที่ได้รับพอ
  • การทดลองกลูโคสขนาดเล็กใช้ขนาดสูงและไม่ใช่ข้อแนะนำรักษาเบาหวาน

รูปสารนี้คืออะไรและต่างจากรูปอื่นอย่างไร

รูปที่พบในอาหารเสริม ได้แก่ thiamine hydrochloride และ thiamine mononitrate ส่วน benfotiamine เป็นอนุพันธ์อีกชนิด งานของอนุพันธ์ไม่ใช่หลักฐานตรงสำหรับบี 1 ทุกรูป แม้ทั้งหมดจะถูกกล่าวถึงในบริบทระบบประสาทหรือเมแทบอลิซึม

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

หน้าที่ที่รองรับทางโภชนาการ

ไทอามีนหรือวิตามินบี 1 เป็นวิตามินละลายน้ำ ร่างกายเปลี่ยนเป็น thiamin diphosphate เพื่อช่วยเอนไซม์ในกระบวนการใช้คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน และไขมันเป็นพลังงาน การมีบทบาทในเมแทบอลิซึมไม่ได้ทำให้บี 1 เป็นแหล่งแคลอรีหรือสารกระตุ้นที่ทำให้คนปกติสดชื่นทันที

การขาดบี 1 รุนแรงทำให้เกิดโรคเหน็บชาและความผิดปกติของหัวใจหรือระบบประสาทได้ ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง ผู้มีอาหารไม่พอ หรือดูดซึมผิดปกติมีบริบทต่างจากคนสุขภาพดี อาการชาหรืออ่อนแรงมีหลายสาเหตุ จึงไม่ควรถือว่าอาการเหล่านี้ยืนยันการขาดบี 1

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

แหล่งอาหารและการประเมินว่าได้รับเพียงพอหรือไม่

เนื้อหมู ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว และอาหารเสริมคุณค่าบางชนิดเป็นแหล่งไทอามีน การขัดสีและกระบวนการปรุงอาจเปลี่ยนปริมาณ จึงควรพิจารณาว่ามื้อประจำมีแหล่งเหล่านี้จริงหรือไม่ แทนการถือว่ากินข้าวหรือกินวิตามินรวมแล้วต้องเพียงพอเสมอ

ระดับไทอามีนในเลือดทั่วไปไม่ใช่ตัวชี้สถานะที่เชื่อถือได้ทุกกรณี ผู้เชี่ยวชาญอาจใช้การประเมินเอนไซม์หรือสารรูปอื่นร่วมกับประวัติ โดยเฉพาะผู้ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังหรือกินไม่ได้ การมีสับสน เดินผิดปกติ หรือปัญหาตาในบริบทเสี่ยงต้องได้รับการประเมินเร่งด่วน ไม่รอทดลองเม็ดเสริม

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

งานวิจัยในคน: ประชากร ขนาด และผลที่วัด

การทดลองสลับกลุ่มแบบปกปิดสองฝ่ายในผู้มีน้ำตาลสูง 12 คน ใช้ไทอามีน 100 มก. วันละสามครั้ง รวม 300 มก. ต่อวัน เทียบยาหลอกช่วงละ 6 สัปดาห์ พบการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลหลังทดสอบความทนต่อกลูโคส แต่ขนาดตัวอย่างเล็กและช่วงติดตามสั้น ไม่ตอบผลต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

งานนี้ไม่ใช่หลักฐานให้คนทั่วไปกินขนาดเดียวกันหรือใช้แทนยารักษาเบาหวาน ส่วนงาน benfotiamine เป็นการศึกษาสารอนุพันธ์อีกชนิด ต้องแยกออกจากไทอามีนและไทอามีนไฮโดรคลอไรด์ การรักษา Wernicke encephalopathy ต้องดูแลเร่งด่วนและอาจใช้ยาฉีด จึงไม่ควรแก้ด้วยอาหารเสริมเอง

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact SheetHigh-dose thiamine supplementation and glucose tolerance: randomized crossover trial (2013)

ผลที่ยังสรุปไม่ได้และการตีความที่ควรระวัง

ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอจากแหล่งที่ตรวจให้สรุปว่าบี 1 ขนาดสูงช่วยความจำ เพิ่มกำลัง หรือรักษาอาการปลายประสาททุกชนิดในผู้ที่ไม่ขาด การลดตัวชี้วัดน้ำตาลระยะสั้นไม่ได้เท่ากับพิสูจน์การลดโรคหัวใจ ไตเสื่อม หรือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

คำว่าเลี้ยงประสาทบนสินค้าควรถูกแปลเป็นหน้าที่ปกติของสารอาหาร ไม่ใช่การรับรองว่ารักษาโรคเส้นประสาทได้ หากอาการชาลาม อ่อนแรง หรือเดินผิดปกติ การหาสาเหตุสำคัญกว่าทดลองเพิ่มวิตามินหลายชนิดซึ่งอาจทำให้การวินิจฉัยช้า

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

ปริมาณอ้างอิงไม่ใช่ขนาดรักษาหรือมวลวัตถุดิบ

Thai DRI 2563 สำหรับผู้ใหญ่อายุ 19–50 ปีคือชาย 1.2 และหญิง 1.1 มก. ต่อวันของไทอามีนรวมจากอาหารและผลิตภัณฑ์ ขนาด 300 มก. ในงานวิจัยเป็นการทดสอบเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ค่าแนะนำทั่วไปและไม่ใช่น้ำหนักวัตถุดิบไทอามีนไฮโดรคลอไรด์

อ้างอิง กรมอนามัย: ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ตาราง 2–3 หน้า 440–441NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

ความปลอดภัยและการได้รับมากเกิน

FNB ยังไม่ได้กำหนด UL ของบี 1 เพราะข้อมูลผลเสียจากการกินมีไม่พอสำหรับสร้างเกณฑ์ การไม่มี UL ไม่ได้พิสูจน์ว่าขนาดใดก็ปลอดภัย โดยเฉพาะสูตรผสมที่มีวิตามินชนิดอื่นร่วมและใช้ต่อเนื่องนาน

ผู้มีอาหารไม่พออย่างรุนแรง ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง หรืออาเจียนจนกินไม่ได้อาจต้องประเมินหลายสารอาหารและการรักษาเฉพาะทาง ข้อมูลความปลอดภัยของเม็ดไทอามีนไม่ควรใช้แทนข้อกำหนดของยาฉีดหรือการรักษาในโรงพยาบาล

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

ยา ภาวะสุขภาพ และการใช้หลายสูตรร่วมกัน

Furosemide อาจเพิ่มการสูญเสียไทอามีนทางปัสสาวะ และยาเคมีบำบัด fluorouracil มีรายงานผลต่อเมแทบอลิซึมของไทอามีน ผู้ใช้ยาต่อเนื่องควรแจ้งแพทย์เมื่อมีอาการหรือปัญหาโภชนาการ ไม่หยุดยาที่รักษาโรคเพื่อแก้ระดับวิตามินเอง

ถ้ากินสูตรบีรวมร่วมกับบี 1 เดี่ยว ให้ตรวจบี 6 และไนอะซินในบีรวมด้วย เพราะข้อจำกัดของสูตรอาจมาจากสารอื่น ข้อความว่าไม่มี UL สำหรับไทอามีนจึงใช้รับรองความปลอดภัยทั้งสูตรไม่ได้

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

อ่านฉลากให้ตรงกับรูปสารและสูตรที่ใช้

อ่านบี 1 จริงเป็นมก. ต่อวัน และตรวจว่ารายการนั้นแสดงกิจกรรมวิตามินแล้วหรือเป็นน้ำหนักเกลือ ถ้าฉลากให้ทั้งสองค่าไม่บวกซ้ำเป็นบี 1 เพิ่มอีกส่วนหนึ่ง

เปรียบเทียบกับอาหารที่กินอยู่ เช่น เนื้อหมู ธัญพืชและอาหารเสริมคุณค่า พร้อมตรวจบี 6 ในสูตรรวม การมีชื่อบี 1 เด่นไม่ได้แปลว่าบทความเรื่องความปลอดภัยบี 1 ตัวเดียวครอบคลุมสารร่วมทุกตัว

อ้างอิง NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet

แหล่งอ้างอิง

  1. NIH ODS: Thiamin — Health Professional Fact Sheet ↗
  2. High-dose thiamine supplementation and glucose tolerance: randomized crossover trial (2013) ↗
  3. กรมอนามัย: ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ตาราง 2–3 หน้า 440–441 ↗

ปรับปรุงบทความเมื่อ 5 พ.ย. 2569 · วิธีจัดทำบทความและความหมายของวันที่

ใช้ประกอบความเข้าใจฉลากและหลักฐาน ไม่ใช่แผนการรักษาหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้ใช้ยา มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์