อ่านฉลากและเลือกซื้อ

Thai DRI กับ Thai RDI ต่างกันอย่างไร อ่านเปอร์เซ็นต์ให้ถูก

Thai DRI ใช้อ้างอิงความต้องการสารอาหารของคนไทยตามกลุ่มบุคคล ส่วน Thai RDI เป็นค่าอ้างอิงที่ใช้ในการแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลาก จึงมีหน้าที่ต่างกัน เปอร์เซ็นต์ที่ดูไม่ตรงกันอาจเกิดจากฐานอ้างอิง คนละช่วงวัย หรือปริมาณต่อหน่วยบริโภคที่ต่างกัน ไม่ควรสรุปทันทีว่าฉลากหรือเว็บไซต์ใดคำนวณผิด

ประเด็นที่ควรรู้

  • ก่อนอ่านเปอร์เซ็นต์ ต้องรู้ว่ากำลังเทียบกับค่าอ้างอิงอะไร
  • ความต้องการต่อวันนับจากอาหารและแหล่งอื่นด้วย ไม่ใช่ขนาดอาหารเสริมที่ทุกคนต้องกิน
  • RDA หรือ AI เป็นคนละเรื่องกับ UL และขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

Thai DRI ใช้กับความต้องการสารอาหารของใคร

หนังสือปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ของกรมอนามัย เป็นฐานข้อมูลสำหรับวางแผนและประเมินการได้รับสารอาหารของคนปกติที่มีสุขภาพดี โดยมีการแยกกลุ่มอายุ เพศ และภาวะบางอย่าง เช่น การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ค่าจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน

เมื่อตารางหนึ่งระบุว่าใช้ข้อมูลผู้ใหญ่อายุ 19–50 ปี ควรอ่านขอบเขตนี้ติดกับตัวเลขเสมอ ไม่ย้ายค่าไปใช้กับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคซึ่งต้องจำกัดสารอาหารโดยอัตโนมัติ การประเมินผู้ป่วยและการรักษาภาวะขาดอาจมีเป้าหมายเฉพาะที่ต่างจากค่าอ้างอิงทั่วไป

อ้างอิง กรมอนามัย: ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563

RDA, AI, EAR และ UL ตอบคนละคำถาม

DRI เป็นชุดค่าอ้างอิงหลายประเภท ไม่ใช่คำแทนตัวเลขแนะนำหนึ่งค่า RDA ใช้เมื่อมีหลักฐานพอกำหนดปริมาณที่ครอบคลุมความต้องการของคนสุขภาพดีเกือบทั้งหมดในกลุ่ม ส่วน AI ใช้เมื่อหลักฐานยังไม่พอสร้าง RDA การเห็น AI จึงไม่ได้หมายความว่าสารนั้นสำคัญน้อยกว่า

EAR มีบทบาทในการประเมินความต้องการเฉลี่ยและงานวางแผนโภชนาการ ขณะที่ UL ใช้พิจารณาความเสี่ยงจากการได้รับมากเกินไป จึงไม่ควรอ่าน UL เป็นปริมาณที่ควรกินให้ถึง หรือใช้ EAR เป็นเป้าหมายเดียวสำหรับทุกคน

คำย่อคำถามที่ช่วยตอบ
RDAปริมาณที่คาดว่าครอบคลุมความต้องการของคนสุขภาพดีเกือบทั้งหมดในกลุ่ม
AIปริมาณที่คาดว่าเพียงพอ เมื่อยังสร้าง RDA ไม่ได้
EARความต้องการเฉลี่ยของคนในกลุ่ม
ULระดับการได้รับสูงสุดที่ไม่น่าก่อผลเสียต่อคนทั่วไปในกลุ่มที่กำหนด

อ้างอิง กรมอนามัย: ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563NIH ODS: Nutrient Recommendations and Databases

Thai RDI ช่วยอ่านฉลากอย่างไร

Thai RDI เป็นฐานอ้างอิงสำหรับการสื่อสารโภชนาการบนฉลาก ทำให้เห็นว่าสารอาหารในหนึ่งหน่วยบริโภคคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของค่าอ้างอิงนั้น ประโยชน์คือช่วยอ่านและเปรียบเทียบอาหารบนฐานฉลากเดียวกัน แต่เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวไม่ได้วัดว่าร่างกายของคนที่ถือกล่องขาดสารนั้นเท่าไร

ข้อกำหนดฉลากมีการปรับปรุงได้ จึงควรดูเอกสารและหมายเหตุที่ผลิตภัณฑ์ใช้อ้างอิง โดยกองอาหาร อย. มีหน้ารวมประกาศฉลากโภชนาการและฉบับแก้ไขให้ตรวจสอบ การนำภาพฉลากเก่ากับฉลากใหม่มาเทียบเฉพาะเปอร์เซ็นต์ โดยไม่ดูปริมาณจริงและฐานที่ใช้ อาจทำให้ตีความคลาดเคลื่อน

อ้างอิง กองอาหาร อย.: ประกาศฉลากโภชนาการและฉบับแก้ไข

ตัวอย่างคำนวณเปอร์เซ็นต์โดยไม่สับสนกับขนาดแนะนำ

สูตรพื้นฐานคือ ปริมาณสารที่กำลังพิจารณา ÷ ค่าอ้างอิง × 100 โดยหน่วยต้องตรงกัน สมมติเพื่ออธิบายคณิตศาสตร์ว่าเกณฑ์หนึ่งเท่ากับ 100 หน่วย และผลิตภัณฑ์ให้ 40 หน่วย ผลคือ 40% หากอีกตารางใช้เกณฑ์ 80 หน่วย ปริมาณเดิมจะเท่ากับ 50% ทั้งสองคำตอบอาจถูกต้องภายใต้คนละฐาน

ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ค่า Thai DRI ของสารใดและไม่ใช่ขนาดที่ควรกินจริง เวลาตรวจสินค้าต้องแทนด้วยค่าอ้างอิงที่ตรงสาร รูปสาร และกลุ่มผู้ใช้ แล้วตรวจอีกชั้นว่าฉลากให้ปริมาณต่อเม็ดหรือต่อวัน เพราะการเปลี่ยนตัวหารหรือจำนวนเม็ดโดยไม่บอกจะทำให้เปอร์เซ็นต์ดูต่างกันมาก

  • อ่านชื่อเกณฑ์และปีของเอกสาร
  • ดูอายุ เพศ และเงื่อนไขของค่าอ้างอิง
  • ทำหน่วยและฐานต่อวันให้ตรงกันก่อนหาร

100% ไม่ได้แปลว่าต้องเสริมเพิ่มอีก 100%

ค่าอ้างอิงความต้องการสารอาหารต่อวันเกี่ยวข้องกับการได้รับรวมจากอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริมตามขอบเขตของค่านั้น หากมื้ออาหารให้สารอาหารอยู่แล้ว การเสริมเท่ากับค่าอ้างอิงเต็มจำนวนไม่ได้หมายความว่ารวมแล้วจะอยู่ที่ 100% พอดี จึงควรเริ่มจากรูปแบบการกินก่อนมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตัวเลขสูงที่สุด

ในทางกลับกัน การที่อาหารเสริมให้เพียงบางส่วนของค่าอ้างอิงไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นไร้ประโยชน์โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าตั้งใจเติมส่วนใดและมีแหล่งอื่นเท่าไร การประเมินภาวะขาดไม่ควรอาศัยเปอร์เซ็นต์บนกล่องหรือคะแนนบนเว็บไซต์อย่างเดียว

อ้างอิง NIH ODS: Nutrient Recommendations and Databasesกรมอนามัย: ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563

ทำไมบางสารไม่มีเปอร์เซ็นต์ Thai DRI

สารสกัดหรือสารที่ใช้ในงานวิจัยบางชนิดไม่มีค่าความต้องการรายวันแบบวิตามินและแร่ธาตุ จึงไม่ควรสร้างเปอร์เซ็นต์ Thai DRI ขึ้นเองจากขนาดที่ทดลองใช้ ตัวเลข “เทียบขนาดที่ศึกษา” ตอบคำถามว่าปริมาณใกล้เคียงกับบริบทการทดลองหรือไม่ ซึ่งต่างจากการบอกว่าร่างกายได้รับเพียงพอแล้ว

เมื่อเห็นช่องว่างหรือข้อความยังเทียบไม่ได้ ให้ตรวจเหตุผลก่อน อาจไม่มีค่าอ้างอิง หรือปริมาณและรูปสารบนฉลากยังไม่ชัดเจน ใน YesSpec ควรอ่านเกณฑ์ในรายละเอียดของแต่ละสารร่วมกับตาราง การไม่แสดงเปอร์เซ็นต์ในกรณีข้อมูลไม่พอมีความหมายมากกว่าการแสดงตัวเลขที่ดูแม่นยำแต่ไม่มีฐานรองรับ

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมอนามัย: ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ↗
  2. กองอาหาร อย.: ประกาศฉลากโภชนาการและฉบับแก้ไข ↗
  3. NIH ODS: Nutrient Recommendations and Databases ↗

ตรวจแหล่งข้อมูลเมื่อ 29 ต.ค. 2569 · วิธีจัดทำบทความ

ใช้ประกอบความเข้าใจฉลากและหลักฐาน ไม่ใช่แผนการรักษาหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้ใช้ยา มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์

นำไปอ่านฉลากสินค้าจริง

เทียบส่วนประกอบ ปริมาณ และข้อมูลที่ยังขาดในหน้ารายละเอียดสินค้า คะแนนเป็นสูตรเปรียบเทียบของเว็บไซต์ ไม่ใช่ผลการรักษา

ลิงก์ซื้อในหน้าสินค้าบางรายการเป็น Affiliate · เราหารายได้อย่างไร